ร้านผ้าม่านไทย
 

ม่านไม้ไผ่และมู่ลี่ไม้วัสดุตกแต่งที่ผลิตจากธรรมชาติ
















 

ในยุคปัจจุบันเราพยายามมองหาและออกแบบที่พักอาศัยที่มีความกลมกลืนกับธรรมชาติมากขึ้น จากเดิมที่มีการออกแบบที่เน้นไปในทางโมเดิร์นสมัยใหม่ เมื่อยุคแห่งการรักษ์โลกกระพือปีกโหมกระหน่ำมากขึ้น ทำให้ความสนใจในเรื่องของความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติมีมากขึ้น ตลาดของวัสดุตกแต่งบ้านประเภทไม้จึงเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง หนึ่งในของตกแต่งบ้านชิ้นสำคัญและเป็นสิ่งใช้สอยที่เป็นประโยชน์ภายในบ้าน นั่นก็คือม่านไม้ไผ่ และ มู่ลี่ไม้ กับการดีไซต์ที่เหมาะเจาะกับยุคโลกสีเขียวเช่นนี้

มู่ลี่ไม้ถือเป็นสินค้าที่ผลิตจากธรรมชาติที่ได้รับความนิยมในนำมาตกแต่งมากที่สุดเนื่องจากสามารถใช้ได้ทั้งกับ บ้านพักอาศัย รีสอร์ท หรือ สปาได้เป็นอย่างดีมีให้เลือกใช้หลายสีให้ความสวยงามเป็นธรรมชาติอีกทั้งให้ความหรูหราเหมาะกับการแต่งบ้านให้ดูสวยงามได้เป็นอย่างดี
การเลือกใช้ควรเลือกมู่ลี่ไม้ที่มีการร้อยใบมู่ลี่แบบด้ายคู่เนื่องจากการร้อยใบแบบเชือกเส้นเดียวอาจมีปัญหาเรื่องใบเรียงตัวไม่เป็นระเบียบแต่ในระบบที่มีการร้อยใบแบบด้ายคู่จะไม่มีปัญหาใบพลิกตัวแบบสะเปะสะปะเนื่องจากมีการล็อกด้วยด้ายทั้งด้านบนและด้านล่างของตัวมู่ลี่ สำหรับระบบที่ใช้ในการหมุนปรับแสงเลือกใช้เป็นระบบเชือก2เส้นจะคงทนกว่าระบบแกนปรับ
ตัวใบมีให้เลือก3ขนาดสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการแต่ขนาดที่ได้รับความนิยมจะเป็นมู่ลี่ไม้ขนาดใบ50มม.เนื่องจากมีเทปบันไดขนาดใหญ่ดูเด่นกว่ามู่ลี่ขนาดอื่น

มู่ลี่ไม้วัสดุธรรมชาติที่นิยมนำมาใช้ในการตกแต่งบ้านพักอาศัย
มู่ลี่ไม้วัสดุธรรมชาติที่นิยมนำมาใช้ในการตกแต่งบ้านพักอาศัย

ม่านไม้ไผ่เป็นประเภทของม่านชนิดหนึ่ง แต่วัสดุที่ใช้ในการทำตัวม่านเป็นไม้ไผ่แทนที่จะเป็นผ้า ซึ่งไม้ไผ่ที่นำมาทำม่านนั้นมีคุณสมบัติที่เหนียว เนื้อไม้มีลักษณะเป็นเส้นที่ตรงและมีความยืดหยุ่นสูง นำมาผ่านการทอเป็นลวดลายต่างๆโดยเส้นใยที่นำมาทอนั้นจะเลือกใช้จากส่วนต่างๆของตัวไม้ไผ่ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันและด้วยความสวยงามตามธรรมชาติที่มีอยู่ในตัวของไม้ไผ่เองนั้นทำให้ไม้ไผ่สามารถนำมาผลิตเพิ่มมูลค่าเพิ่มได้อย่างมากมาย ม่านไม้ไผ่จึงมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมาะกับการสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติให้แก่ที่อยู่อาศัย

ม่านไม้ไผ่ภายในร้านอาหาร
ม่านไม้ไผ่ภายในร้านอาหาร

การนำเอาตัวไม้ไผ่นั้นมาทำม่านจะมีการใช้เทคโนโลยีในการทำให้ไม้ไผ่สามารถคงสภาพการใช้งานที่ยาวนานได้ โดยการเคลือบสารที่ป้องกันปลวก และมอด หรือจะเป็นแมลงประเภทอื่นๆที่อาจจะเข้ามากัดกินเนื้อไม้ และการอบไม้ที่อุณหภูมิสูงเพื่อช่วยให้ไม้ไผ่คงสภาพและทนทานมากขึ้นแต่หากจะป้องกันราควรจะต้องเคลือบด้วยแลคเกอร์อีก1ชั้น

ม่านไม้ไผ่ หากแบ่งตามลักษณะการรวบเก็บแล้วสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท นั้นก็คือ

1.ม่านไม้ไผ่แบบพับ ม่านประเภทนี้มักจะเป็นที่นิยมสูงเนื่องจากเป็นรูปแบบสมัยใหม่ นิยมใช้กันตามรีสอร์ทสปาหรือร้านอาหาร ตัวม่านจะมีการออกแบบให้มีการเรียงตัวเป็นชั้นๆอย่างเป็นระเบียบ และเมื่อดึงม่านขึ้นไป ตัวม่านจะพับเก็บเรียงกันเป็นแผ่นๆ เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการบรรยากาศของธรรมชาติและความมีระเบียบไปในตัว

2.ม่านไม้ไผ่แบบม้วน ม่านประเภทนี้มีการออกแบบมาก่อนแบบแรก เป็นแบบดั้งเดิม มีความเป็นธรรมชาติสูงกว่าแบบแรก มักใช้งานกับสถานที่ๆต้องการกลิ่นอายความเป็นธรรมชาติ ม่านไม้ไผ่แบบม้วนนี้เมื่อพับเก็บแล้ว ตัวม่านจะม้วนเป็นวงกลมอยู่ด้านบนขอบหน้าต่าง

ม่านไม้ไผ่ลาย105 ม่านไม้ไผ่ลาย572
ม่านไม้ไผ่มีลายให้เลือกมากมาย

โดยส่วนมากจะพบเห็นตามห้องสปาหรือตามบ้านที่มีการตกแต่งแบบที่เน้นความเป็นธรรมชาติ หรือห้องที่ต้องการการผ่อนคลาย โดยทั่วไปแล้วการนำเอาม่านไม้ไผ่มาตกแต่งห้องนั้น ต้องคำนึงถึงสภาพการใช้งานของห้อง ความชื้น และเปลวไฟ จึงไม่เหมาะสมกับการนำเอาไปใช้ในห้องน้ำหรือในห้องครัว ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ การตกแต่งม่านไม้ไผ่อาจจะตกแต่งที่บริเวณห้องนั่งเล่น หรือส่วนของห้องทำงาน ที่จะช่วยให้แสงที่ส่องผ่านเข้ามาในห้องมีความนุ่มนวล ได้บรรยากาศของการผ่อนคลายไปในตัว นอกจากนั้นแล้วหลักในการติดตั้งม่านไม้ไผ่ เนื่องจากตัวม่านมีน้ำหนักมากพอสมควร หากบานหน้าต่างมีขนาดใหญ่ ควรจะทำการแบ่งซอยผ้าม่านออกให้มีความกว้างที่สั้นลง เมื่อทำการดึงขึ้นลงจะสามารถทำงานได้ง่ายกว่าขนาดใหญ่นั่นเอง

บทความโดย ร้านผ้าม่านไทย

Tel. 02-538-9587 , 02-538-1080 Email : thaidrapery@gmail.com , contact@pamanthai.com
เปิดบริการ จันทร์ - เสาร์ 9.30-16.30 น. Copyright © 2000 ThaiDrapery All rights reserved.